|
ปัจจัยทางกีฏวิทยาต่อการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียในธรรมชาติ ได้แก่ เชื้อไข้มาลาเรีย
ยุงพาหะ และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กัน
และมีบทบาทร่วมกันในการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียในแต่ละท้องถิ่น
ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะปัจจัยทางกีฏวิทยา
ความหนาแน่น
(Vector density)
ความหนาแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เข้ากัดคน
มีความสำคัญมากต่อการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
เนื่องจากยุงพาหะแต่ละชนิดจะมีแหล่งเพาะพันธุ์ที่ต่างกันออกไป
นิสัยในการกัดกินเลือด(Host
Preference)
จะมีความสามารถในการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียสู่คนได้สูง
ยุงพาหะที่มีนิสัยชอบกัดสัตว์สูง จะมีโอกาสแพร่เชื้อไข้มาลาเรียสู่คนได้ต่ำ
ในประเทศไทยพบว่ายุงพาหะ
ความถี่ของการกัดคน
(Frequency of biting man)
โดยทั่วไปยุงพาหะจะเข้ากัดคนทุก 2-4 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล (อุณหภูมิ)
เป็นสำคัญ เมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยลดลง
ระยะเวลาที่ใช้สำหรับการเจริญเติบโตของไข่ยาวนานขึ้น
การเข้ากัดคนก็จะน้อยลงทำให้โอกาสของการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียลดลงด้วย

อายุขัย
(Longevity)
ถ้ายุงมีอายุยืนยาว
โอกาสที่จะแพร่เชื้อไข้มาลาเรียก็จะสูงกว่ายุงที่มีอายุสั้นกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพบเชื้อในต่อมน้ำลายแล้ว
ถ้ายุงมีอายุอยู่ได้นานหลายวันโอกาสแพร่เชื้อก็จะสูง เช่น ถ้าหลังจากพบเชื้อ
ในต่อมน้ำลายแล้ว ยุงยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 10 วัน
ก็จะมีโอกาสแพร่เชื้อไข้มาลาเรียได้ถึง 5 คน (เมื่อยุงเข้ากัดคนทุก 2 วัน)
แต่ถ้ามีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพียงอีก 4 วัน
โอกาสแพร่เชื้อสู่คนก็ลดน้อยลงเหลือเพียง 2 คน
ระยะบินไกล
(Flight range)
ยุงพาหะแต่ละชนิดมีระยะบินไกลได้แตกต่างกัน
ทั้งนี้มีองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องอีกมาก เช่น ทิศทางลม ท้องที่ ระยะทางที่บิน
ว่ามีความใกล้ ไกลเพียงใดจากแหล่งเพาะพันธุ์ และเหยื่อเป็นต้น
ถ้ายุงพาหะบินได้ไกลก็สามารถแพร่เชื้อไปได้กว้างขวางมาก
ยุงพาหะบางชนิดสามารถไปแพร่เชื้อไข้มาลาเรียในท้องที่ห่างไกลออกไปโดยติดไปกับเครื่องบิน
เรือ รถยนต์ หรือยานพาหนะอื่นๆ ได้ |