ยุง แมลงวัน ปลวก มด แมลงสาบ ไรฝุ่น หนู
วัตถุอันตราย อุปกรณ์ หลักการ ฉลาก หน้าที่ กฎหมาย ภาคผนวก 1
ภาคผนวก 2 ภาคผนวก 3 ภาคผนวก 4 ภาคผนวก 5 ภาคผนวก 6 ภาคผนวก 7 ภาคผนวก 8

หลักสูตร

การอบรมผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง

 

7.  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการใช้รับจ้างกำจัดแมลงและสัตว์ฟันแทะในบ้านเรือน หรือทางสาธารณสุข

1.             ตามพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แบ่งวัตถุอันตรายตามความจำเป็นแก่การควบคุมเป็น 4 ชนิด ได้แก่ วัตถุอันตรายชนิดที่ 1  ชนิดที่ 2  ชนิดที่ 3 และชนิดที่ 4

2.             ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแม่ลงทีใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุขส่วนใหญ่เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และมีบ้างที่เป็นชนิดที่ 2 ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีพิษสูงต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือก่อให้เกิดมะเร็ง หรือตกค้างในสิ่งแวดล้อม จะถูกจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่ห้ามมิให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง

3.             การประกอบกิจการใช้รับจ้างกำจัดแมลงและสัตว์ฟันแทะในบ้านเรือน หรือทางสาธารณสุขเป็นการครอบครองผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการนำผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมาใช้ปฏิบัติงานให้บริการจัดการ ควบคุม กำจัดแมลงและสัตว์อื่น แก่ผู้บริโภคโดยซื้อผลิตภัณฑ์มาจากผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ในการครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้าง สำหรับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องขออนุญาต และหากเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องแจ้งดำเนินการ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

4.             ผู้มีวัตถุอันตรายฯ ชนิดที่ 2 ต้องแจ้งความประสงค์จะดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนและปฏิบัติ ดังนี้

4.1                  ให้แจ้งความประสงค์จะดำเนินการที่กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ หรืออาจแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามแบบ วอ/สธ.3 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 1 พร้อมเอกสารประกอบ จำนวน 2 ชุด ดังนี้

4.1.1                   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้มอบอำนาจและรับมอบอำนาจ

4.1.2                   สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล / สำเนาหนังสือบริคณห์สิทธิและสำเนาใบสำคัญแสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการของนิติบุคคลผู้แจ้งดำเนินการ

4.1.3                   หนังสือมอบอำนาจดำเนินการขออนุญาตแทนนิติบุคคลหรือบุคคล (กรณีผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท

4.1.4                   แผนที่สังเขปแสดงสถานที่เก็บวัตถุอันตรายและบริเวณข้างเคียง

4.1.5                   แผนผังภายในของอาคารที่ใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย

4.1.6                   เอกสารแสดงความรู้ ความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบสำหรับการดำเนินการ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

4.1.7                   คำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามแบบ วอ.10 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 6 กรณีที่ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ในปริมาณที่กำหนด

4.1.8                   สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่แจ้งดำเนินการ

4.2                  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง จะออกใบรับแจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ให้ตามแบบ วอ/สธ.4 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 2 ซึ่งใช้ได้ตลอดชีพ หากมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ไว้ในครอบครองในปริมาณที่กำหนด ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีในวันที่รับแจ้งฯ และชำระค่าธรรมเนียมรายปีในปีต่อไปไม่เกินวันที่กำหนด ตามแบบ วอ.10 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 6 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนี้

4.2.1                   ตั้งแต่หนึ่งเมตริกตันขึ้นไปแต่ไม่ถึงสิบเมตริกตันหรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่ห้าสิบตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่ถึงห้าร้อยตารางเมตร ชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 2,500 บาท

4.2.2                   ตั้งแต่สิบเมตริกตันขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตริกตัน หรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่ห้าร้อยตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งพันตารางเมตรชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 5,000 บาท

4.2.3                   ตั้งแต่หนึ่งร้อยเมตริกตันขึ้นไปหรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไป ชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 10,000 บาท

5.             ผู้มีวัตถุอันตรายฯ ชนิดที่ 3 ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนและปฏิบัติ ดังนี้

5.1                  ให้ยื่นขออนุญาตมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 เพื่อใช้รับจ้างในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข ที่กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามแบบ วอ.7 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 3 พร้อมเอกสารประกอบ จำนวน 2 ชุด ดังนี้

5.1.1                   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

5.1.2                   สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล / สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิและสำเนาใบสำคัญแสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการของนิติบุคคลผู้ขออนุญาต

5.1.3                   หนังสือมอบอำนาจดำเนินการแทนนิติบุคคล หรือบุคคล (กรณีผู้ขอไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท

5.1.4                   บัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายที่มีไว้ในครอบครองพร้อมเลขที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย กรณีที่มีมากกว่า 1 รายการ

5.1.5                   สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่ยื่นขอมีไว้ในครอบครอง

5.1.6                   แผนที่สังเขปแสดงสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย และบริเวณข้างเคียง

5.1.7                   แผนผังภายในของอาคาร ที่ใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย

5.1.8                   เอกสารแสดงความรู้ความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญหรือบคลากรเฉพาะรับผิดชอบสำหรับการดำเนินการ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

5.1.9                   เอกสารและภาพถ่ายแสดงวิธีการเก็บรักษาวัตถุอันตราย

5.1.10            ภาพถ่ายการบรรเทาความรุนแรงของอุบัติภัยของสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย เช่น อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย เครื่องดับเพลิง ตู้ยา อ่างล้างมือ ห้องน้ำ ที่ล้างตาฉุกเฉิน ถังทราย ขี้เลื่อย ถาดรองรับ ภาชนะบรรจุ

5.1.11            เอกสารแสดงข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุอันตราย เช่น material safety data sheet หรือฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง

5.1.12            หนังสือสัญญาการให้บริการแก่ลูกค้าโดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ใช้รวมทั้งอาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษและคำเตือน

5.1.13            กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่เก็บวัตถุอันตราย ต้องมีหลักฐานแสดงความยินยอมจากเจ้าของสถานที่หรือสัญญาเช่า

5.2                  เมื่อเอกสารและหลักฐานครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบความเหมาะสมของทำเลที่ตั้งและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย มาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ รายละเอียดในภาคผนวก 8 ดังนี้

สถานทีเก็บรักษาวัตถุอันตราย

5.2.1                   ต้องสามารถป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและเกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืชและสิ่งแวดล้อม

5.2.2                   ต้องมีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเฉพาะตามคุณสมบัติ และชนิดของวัตถุอันตราย มีขนาดและลักษณะเหมาะสมกับชนิดและปริมาณที่ขออนุญาต สะดวกแก่การขนย้ายวัตถุอันตรายเข้าออก

5.2.3                   อาคารเก็บรักษาที่มีความกว้างและความยาว มากกว่าด้านละ 30 เมตร ต้องมีผนังที่ทำจากวัสดุทนไฟกั้นตัดตอนโดยมีระยะห่างระหว่างกันไม่เกิน 30 เมตร เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟในกรณีเกิดเพลิงไหม้

5.2.4                   ต้องมีที่อาบน้ำฉุกเฉิน ที่ล้างตาฉุกเฉิน ตามความจำเป็นเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ เพื่อทำความสะอาดร่างกายเมื่อสัมผัสกับวัตถุอันตราย

5.2.5                   ต้องมีเครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน ต้องมีมาตรการสำหรับดูแลรักษาเครื่องป้องกันอันตรายดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

5.2.6                   ต้องมีเครื่องปฐมพยาบาลพร้อมคำแนะนำวิธีปฐมพยาบาลที่เหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ

5.2.7                   ต้องมีเครื่องมือ ที่สุดและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับป้องกัน ควบคุม ระงับ บรรเทาอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นตามความจำเป็น เหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ พร้อมมาตรการสำหรับดูแลรักษาเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

มาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและผู้รับริการ

5.2.8                   บริเวณทางเข้าอาคาร หรือส่วนของอาคารที่เป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย ให้มีแผ่นป้ายคำว่า วัตถุอันตราย ด้วยอักษรสีแดงบนพื้นสีขาว โดยแผ่นป้ายและตัวอักษรต้องมีขนาดที่เหมาะสมและเห็นได้เด่นชัด

5.2.9                   บริเวณที่เก็บรักษาหรือบริเวณใกล้เคียง ต้องจัดให้มีแผ่นป้ายคำเตือนถึงอันตรายที่อาจจะเกิดจากวัตถุอันตราย โดยมีข้อความและสัญลักษณ์ต่างๆ ตามที่กำหนดดังนี้

-          สวมเสื้อผ้าสำหรับปฏิบัติการให้ครบชดก่อนลงมือทำงาน

-          ชำระล้างร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังจากปฏิบัติงาน

-          ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทกครั้งก่อนรับประทานอาหารดื่มน้ำหรือสูบบุหรี่

-          เมื่อได้รับพิษจากวัตถุอันตราย ให้รบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ

-          ถ้าถูกผิวหนังให้รบล้างด้วยน้ำปริมาณมากๆ และสบู่

-          หากกระเด็นเข้านัยน์ตา ให้รบล้างด้วยน้ำสะอาดมากๆ จนอาการระคายเคืองทุเลาแล้วรีบไปพบแพทย์

-          หากมีอาการปวดศีรษะ มึนงง ตาพร่า คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย ให้รีบรายงานต่อหัวหน้าพนักงานเพื่อนำส่งแพทย์ทันที

-          ห้ามทิ้งวัตถุอันตราย ภาชนะบรรจุหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์ลงในแม่น้ำ คู คลอง แหล่งน้ำสาธารณะ

-          เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของชนิดของสารนั้นๆ

5.3                  เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ. 8 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 4 พร้อมชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ฉบับละ 500 บาท

5.4                  ใบอนุญาตฯมีอายุ 3 ปี เมื่อครบกำหนดจะต้องต่ออายุภายในเวลาที่กำหนดตาม แบบ วอ.9 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 5 และชำระค่าธรรมเนียม 500 บาทที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่

5.5                  กรณีที่มีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองในปริมาณที่กำหนดไว้ ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีไม่เกินวันที่ครบกำหนดตามแบบ วอ.10 ตามตัวอย่างในภาคผนวก 6 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือชำระทางไปรษณีย์ทะเบียนตอบรับ ดังนี้

5.5.1                   ตั้งแต่หนึ่งเมตริกตันขึ้นไปแต่ไม่ถึงสิบเมตริกตัน หรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่ห้าสิบตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่ถึงห้าร้อยตารางเมตร ชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 2,500 บาท

5.5.2                   ตั้งแต่สิบเมตริกตันขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตริกตัน หรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่ห้าร้อยตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งพันตารางเมตร ชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 5,000 บาท

5.5.3                   ตั้งแต่หนึ่งร้อยเมตริกตันขึ้นไป หรือใช้พื้นที่เฉพาะในส่วนของการเก็บรักษาตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไป ชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 10,000 บาท

6.             การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ ทั้งในใบรับแจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ที่เกี่ยวกับ

6.1                  ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบสำหรับการเก็บรักษา

6.2                  ชื่อวัตถุอันตรายที่มีไว้ในครอบครองและปริมาณ

6.3                  พื้นที่ในการครอบครองวัตถุอันตรายให้ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ พร้อมใบรับแจ้งฯ หรือใบอนุญาตฯ ต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยมิต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ

ขึ้นบนสุด