ยุง

แมลงวัน

ปลวก

มด

แมลงสาบ

ไรฝุ่น

หนู

วัตถุอันตราย

อุปกรณ์

หลักการ

ฉลาก

หน้าที่

กฎหมาย

ภาคผนวก 1

ภาคผนวก 2

ภาคผนวก 3

ภาคผนวก 4

ภาคผนวก 5

ภาคผนวก 6

ภาคผนวก 7

ภาคผนวก 8


หลักสูตร

การอบรมผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง

 

1.2   แมลงวัน (Flies)

            แมลงวันจัดอยู่ในวงศ์ Diptera พบได้แทบทุกแห่งในโลกเป็นจำนวนมาก บางชนิดเป็นพวกหากินอย่างอิสระ (free-living insect) เป็นตัวเบียน (Parasite) ของคนและสัตว์ ทำให้เกิดความรำคาญหรือเป็นพาหะ (Vector) ถ่ายทอดเชื้อโรคต่างๆ เช่น โรค trypanosomiasis, Leishmaniasis,Yaw สู่คนและสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแมลงวันบางชนิดที่ตัวเต็มวัยหากินอย่างอิสระ แต่ตัวอ่อนหรือตัวหนอนเจาะไซเข้าไปอาศัยอยู่ในแผลของคนและสัตว์ ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “Myiasis” หรือเนื้อร้ายชนิดต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามมีแมลงบางชนิดในวงศ์นี้จัดเป็นแมลงที่มีประโยชน์ (beneficial insect) กล่าวคือ เป็นตัวห้ำ (predator) หรือเป็น parasite ของแมลงศัตรูพืชหลายชนิด ตลอดจนตัวหนอนแมลงวันที่มีความสำคัญในประเทศไทยที่พบบ่อยๆ ตามอาคารบ้านเรือนและชุมชนเท่านั้น 

 

ลักษณะภายนอกที่สำคัญ

            แมลงในอันดับนี้ มีลักษณะสำคัญคือ มีปีกหน้าเพียง 1 คู่ ปีกคู่ที่ 2 หรือคู่หลังดัดแปลงไปเป็นตุ่มเล็ก (halteres) เป็นอวัยวะสำหรับทรงตัวในเวลาบิน บางชนิดเช่น แมลงวัน เหลือบ ที่ตรงโดนปีกจะมี membrane บางๆ เรียกว่า squamac, calypters or alulac ช่วยในการพับปีกและการบิน ส่วนมาก พบตาเดี่ยว (Ocelli) 3 ตา หนวดมีลักษณะต่างๆ กัน ปากมีวิวัฒนาการแตกต่างกันออกไป เพื่อประโยชน์ในการดูดกินอาหาร ขามีปล้องแรกยาว มีอวัยวะที่เรียกว่า Pulvilli หรือ empodium อยู่ระหว่าง claw ส่วนอก (thorax) เห็นชัด ส่วนท้อง (abdomen) มี 4 – 6 ปล้อง

 

ความสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขของแมลงวัน

-          เป็นพาหะของโรค แมลงวันบ้าน แมลงวันหัวเขียวและแมลงวันหลังลาย สามารถนำโรคติดต่อมนุษย์ได้ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินอาหาร เช่น บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรคและโรคหนอนพยาธิบางชนิด นอกจากนั้นยังสามารถนำโรคเรื้อน โปลิโอ โรคผิวหนังบางชนิด เช่น คุดทะราด และโรคติดต่อทางตา เช่น โรคตาแดง

-          ก่อให้เกิดความรำคาญ ในพื้นที่มีแมลงวันซุกชุม จะพบว่าแมลงวันเป็นสาเหตุหรือเป็นตัวที่ทำให้เกิดความรำคาญมากที่สุดทั้งในร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนบริเวณที่พักผ่อนหย่อนใจมันจะเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะระหว่างการรับประทานอาหาร แมลงวันที่พบตามฟาร์มปศุสัตว์ก่อให้เกิดปัญหาด้านปศุสัตว์อย่างมหาศาลได้

-          เป็นตัวพา (carrier) ไข่พยาธิต่างๆ โดยการที่แมลงวันไปหากินบนอาหารที่มีไข่พยาธิอยู่ ไข่พยาธิจะติดไปกับตัวแมลงตามส่วนของลำตัวและในลำไส้ ซึ่งอาจถูกแมลงเขี่ยหลุดลงไปปนกับอาหารที่คนกินได้

-          เป็นตัวนำเชื้อโรคบางชนิดในสัตว์เลี้ยง เช่น เป็นตัวนำ Trypanasoma spp. ซึ่งทำให้เกิดโรคในม้าและลา

-          ในกรณีที่คนและสัตว์กินตัวหนอนของแมลงวันหัวเขียวและแมลงวันหลังลาย อาจทำให้คนและสัตว์เกิดอาการ Intestinal myiasis หรือการที่แมลงวันหัวเขียวมาวางไข่ตามบาดแผลคนและสัตว์ก็จะเกิด myiasis  ได้เช่นกัน

 

1.      ชีววิทยาและนิเวศวิทยา

แมลงวันส่วนใหญ่ มีชีววิทยาและวงจรชีวิตที่คล้ายคลึงกัน คือ ออกลูกเป็นไข่ (Oviparous) แมลงวันบางชนิด เช่น แมลงวันหัวลาย Parasarcophaga spp. ออกลูกเป็นตัว (larviparous) ได้ ไข่จะถูกวางลงบนอาหารที่เหมาะสมกับชนิดของแมลงวันเพื่อตัวอ่อนหรือหนอนแมลงวัน (maggot) สามารถดำรงชีวิตและเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ อาหารที่เหมาะสำหรับแมลงวันบ้าน (Muscadomestical) เป็นสิ่งหมัก เน่า ชื้นและแข็ง พวกแมลงวันหัวเขียว (Hrysomya megacephala) และแมลงวันหลังลาย (Parasarcophaga spp.) อาจเป็นพวกเนื้อเน่าเสีย ซากสัตว์ สิ่งปฏิกูลที่เหลวแบบน้ำ หรืออุจจาระเหลว หนอนแมลงวันมีการเจริญเติบโตเป็น 3 ระยะ แล้วจึงเข้าระยะดักแด้ ซึ่งมีผิวหนังของตัวอ่อนระยะที่ 3 เป็นเปลือกห่อหุ้มดักแด้ไว้ภายในเรียกว่า puparium เมื่อจะออกเป็นตัวเต็มวัยจะใช้อวัยวะที่เรียกว่า ptilinum ซึ่งเป็นสันคมแข็งคล้ายใบมีดอยู่ด้านหน้าของหัวกะเทาะเปลือกออกมา ตัวเต็มวัยจะบินหาที่มืดหลบซ่อนเพื่อให้ผนังลำตัวเริ่มแข็งตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น อาหาร ความชื้น และอุณหภูมิการผสมพันธุ์เกิดขึ้นตามมาภายในระยะเวลา 18 - 36 ชั่วโมง

            แมลงวันสามารถหาแหล่งวางไข่ที่เหมาะสมให้กับตัวอ่อนของมันโดยอาศัยสิ่งจูงใจ (Attractants) ต่างๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และสารระเหยที่ฟุ้งขึ้นมาจากสิ่งเน่าเปื่อย ตัวเต็มวัยหากินอาหารประเภทเดียวกันกับหนอน อย่างไรก็ตามตัวแก่ชอบกินน้ำหวานจากดอกไม้และน้ำตาล การหาแหล่งอาหารของแมลงวันแตกต่างไปตามชนิดของแมลงวัน

1.1        วงจรชีวิต

แมลงวันมีวงจรชีวิตเฉลี่ยอยู่ในช่วง 6-12 วันนับจากฟักตัวออกมาเป็นไข่ และพัฒนาเจริญเติบโตจนกลายเป็นตัวเต็มวัย ถ้าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ร้อนหรือหนาวมากเกินไป ไข่แมลงวันจะไม่ฟัก แมลงวันตัวเมียสามารถออกไข่เฉลี่ยอยู่ในช่วง 100 - 200 ฟอง ในช่วงชีวิตของมัน

 ระยะไข่

ตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่ตามที่ชื้น เช่น ในกองขยะ และแหล่งเสื่อมโทรมต่างๆ ลักษณะไข่สีขาว รูปร่างคล้ายกล้วย มีความยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ใช่เหล่านี้ต้องการความชื้นสูงเพื่อความอยู่รอด ใช้เวลาในการพัฒนาต่ำสุด 6-8 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส

ระยะตัวหนอน

ตัวหนอนจะฟักตัวออกมาจากไข่ และพัฒนาจนกลายเป็นหนอนที่โตเต็มที่ความยาว 12 - 13

มิลลิเมตร หนอนแมลงวันเรียกว่า Maggot ไม่มีขา ตัวหนอนมี 3 วัย มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายกล้วย มีสีขาว ส่วนหัวมีขนาดเล็ก ส่วนท้ายมีลักษณะมนป้าน และมีลักษณะคล้ายลูกตาติดอยู่ที่ส่วนท้าย 2 อัน ส่วนนี้เป็นรูหายใจที่คอยเปิดรับออกซิเจน เพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกาย

ระยะตัวหนอนส่วนใหญ่ชอบการเจริญเติบโตเต็มที่ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ชอบความชื้นสูงและไม่ชอบแสง เมื่อตัวหนอน เมื่อตัวหนอนเจริญเติบโตเต็มที่จะหยุดกินอาหาร และจะเคลื่อนย้ายจากที่เย็นและชื้นไปสู่ที่แห้งกว่า กล่าวคือ ตัวหนอนจะเคลื่อนย้ายมาสู่ผิวหน้า หรือตามขอบหรือรอมกองขยะ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าดักแด้

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตระยะไข่ ตัวหนอนและดักแด้ คือ สารอาหารความชื้นและอุณหภูมิ หนอนแมลงวันจะไม่ทนทานในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส

ระยะดักแด้

เมื่อเข้าสู่ระยะดักแด้ใหม่ๆ ในช่วง 1 - 2 ชั่วโมงผิวหนังจะอ่อนนุ่ม มีสีขาวหรือสีเหลืองหลังจาก 24 ชั่วโมงผ่านไป ผิวหนังจะแข็งและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ

ระยะดักแด้ จะขึ้นกับสภาพแวดล้อมได้แก่ ความชื้น และอุณหภูมิ สภาพแวดล้อมที่ทำให้ดักแด้เจริญเติบโตดีอยู่ที่อุณหภูมิ 35 - 40 องศาเซลเซียส ระยะเวลาต่ำสุดที่ใช้ในการเจริญเติบโตในระยะดักแด้คือ 3 - 4วัน ในระยะดักแด้สามารถทนทานต่อความชื้นต่ำได้ดีกว่าในระยะตัวหนอน แต่ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียสขึ้นไป ดักแด้จะไม่สามารถทนได้และตายในที่สุด

ระยะตัวเต็มวัย

เมื่อตัวเต็มวัยมาจากดักแด้ใหม่ๆ จะมีลำตัวอ่อนนุ่มและไม่สามารถบินได้ หลังจากน้ำมันจะเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เพื่อมองหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการฟักตัว โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเลือกที่มืดๆ เพื่อยืดปีกและรอให้ผนังลำตัวของมันมีสีเข้มและแข็งขึ้น สถานที่ที่แมลงวันพักตัวเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการควบคุมแมลงวัน

หลังจากตัวเต็มวัยออกมาจากดักแด้ 2 วัน ก็พร้อมสำหรับการผสมพันธุ์ ซึ่งอุณหภูมิเหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์คือ 30 องศาเซลเซียส หลังจากผสมพันธุ์แล้ว 2 - 3 วันเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่ม

จำนวนรุ่น (Generation) ในแต่ละปีแมลงวันอาจมีการเจริญเติบโตได้ถึง 30 รุ่น และอาจมีมากกว่าถ้าอุณหภูมิ ความชื้นและอาหารเหมาะสม ปกติความชุกชุมของแมลงวันขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของอาหาร ความสามารถในการขยายพันธุ์และสภาพแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิและความชื้นที่มีความเหมาะสม

ในประเทศเขตอบอุ่นและหนาวแมลงวันสามารถดำรงชีวิตอยู่รอดและสามารถขยายพันธุ์ได้ในช่วงฤดูร้อนเป็นส่วนใหญ่ แต่ในฤดูหนาวแมลงวันสามารถเก็บตัวในอาคาร แมลงวันตัวเต็มวัยสามารถจำศีลในฤดูหนาวได้ นอกจากนั้นยังพบว่าระยะตัวหนอนโตเต็มที่และระยะดักแด้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในมูลสัตว์ที่เย็นและแข็งตัวในฤดูหนาวได้

ในประเทศไทยเราจะพบว่าแมลงวันได้ตลอดปีแต่ที่พบชุกชุมมากได้แก่ ในฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมาก เช่น ทุเรียน ม่วง เงาะ ลำไย เป็นต้น แต่ในบางท้องที่หรือจังหวัดที่มีฟาร์มปศุสัตว์ เช่น สุกร วัว ควาย จะพบความชุกชุมของแมลงวันมีสูงในต้นฤดูฝนทั้งที่เนื่องจากฟาร์มต่างๆ เหล่านี้มีปริมาณมูลสัตว์มาก  ไม่สามารถทำลายหรือนำไปตากแห้งทำปุ๋ยได้ จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของแมลงวัน

1.2        นิเวศวิทยา

แหล่งเพาะพันธุ์  ที่สำคัญของแมลงวัน ได้แก่

-          มูลสัตว์ พวก วัว ควาย ไก่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สำคัญของแมลงวันบ้านตลอดจนมูลสัตว์หรือมนุษย์ที่กองขยะกระจัดกระจายนอกบ้าน มูลสัตว์เหล่านี้จะมีความชื้นและความนุ่มเหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของแมลงวัน  บางภูมิภาคของประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดที่มีการทำฟาร์มหมู พบว่าแมลงวันมีความชุกชุมมากเพราะมูลของหมูเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีของแมลงวันหลายชนิด

-          กองสิ่งปฏิกูลและของเสียจากโรงงานผลิตอาหาร เศษขยะ สิ่งปฏิกูลและของเสียที่เหลือทิ้งไม่ได้ใช้ ในการผลิตอาหารอุตสาหกรรม เช่น เปลือกผลไม้ เศษพืชผักผลไม้ต่างๆ จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของแมลงวัน

-          เศษของเน่าเสียซึ่งสารอินทรีย์ ได้แก่ เศษอาหารต่างๆ กองขยะจากตลาด จากอาคารบ้านเรือน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่เหมาะสมของแมลงวันทั้งในเทศบาลและสุขาภิบาลรวมทั้งในเขตชนบทด้วย

แหล่งเกาะพัก

แมลงวันชอบเกาะบนพื้นผิวขรุขระมากกว่าพื้นที่เรียบ ในประเทศฤดูร้อนจะพบว่าแมลงวันเกาะอยู่ทั่วไปนอกอาคารบ้านเรือน เช่น ตลาด ตามสถานประกอบการร้านค้า ร้านอาหารหรืออาคารโรงเรือน ตามหญ้าหรือวัชพืชต่างๆ รอบอาคาร แต่หากนอกอาคารมีความร้อนสูง มันจะเกาะในอาคารที่ร่มเงาที่เย็น ในพื้นที่ที่อากาศเย็นแมลงวันจะอยู่ภายในอาคารเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกและลมแรง ในเขตชนบทแมลงวันจะอยู่กระจัดกระจายตามร่มเงาหรือร่มไม้ ทุ่งหญ้า วัชพืชใกล้อาคารหรือเกาะตามตัวสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย หมู แลตามคอกสัตว์เหล่านี้

ในเวลากลางคืนส่วนใหญ่จะเกาะพักในแหล่งที่ใกล้กับแหล่งที่มันหาอาหารในตอนกลางวัน เช่น เกาะพัก ตามใบไม้ ต้นไม้ หรือตามเส้นเชือกระโยงระไยตามอาคารบ้านเรือน ตลาดหรือโรงเรือนคอกสัตว์ต่างๆ รวมทั้งคอกสัตว์หรือวัตถุขนาดเล็กๆ โดยปกติจะพบเกาะในที่สูงกว่าพื้นที่สูงกว่า 2 เมตร และเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีลมมารบกวน มีแมลงวันจำนวนมากเกาะตามเส้นเชือก สายไฟ หรือวัตถุเล็กๆ ที่ห้อยแขวนจากหลังคา หรือผูกเป็นราวต่างๆ ตามอาคาร เราจะสังเกตแหล่งเกาะพักของแมลงวันได้โดยตรวจคราบดำๆ ของสิ่งขับถ่ายของแมลงวันที่ติดตามวัสดุเหล่านั้น แหล่งเกาะพักเหล่านี้นับว่ามีความสำคัญมากในการกำหนดวิธีการในกาควบคุมแมลงวันตัวเต็มวัย

การแพร่กระจาย

แมลงวันเป็นแมลงที่สามารถบิได้คล่องตัวมาก สามารถบินได้อย่างน้อย  6 - 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถบินสวนทางลมพัดอ่อนๆ ได้ โดยธรรมชาติแล้วแมลงวันจะไม่ค่อยเคลื่อนย้าย และจะไม่ค่อยบินระยะไกล มันจะบินรอบๆแหล่งพันธุ์และแหล่งอาหาร หากมันบินไปพบแหล่งอาหารที่เหมาะสม รวมทั้งแหล่งเพาะพันธุ์และแหล่งเกาะพักมันจะอาศัยอยู่บริเวณนั้น โดยปกติจะอยู่ในรัศมี 100 - 500 เมตร จากแหล่งเพาะพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามในสภาพอากาศที่เหมาะสมแมลงวันอาจมีการเคลื่อนกระจายออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะในกรณีที่แมลงวันมีการระบาดและมีความชุกชุมสูงมาก แมลงเหล่านี้จะเคลื่อนกระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงระยะ 1- 5 กิโลเมตร อาจเป็นกลุ่มบ้านหรือหมู่บ้าน หรือฟาร์มปศุสัตว์ใกล้เคียงก็ได้

แมลงวันตอบสนองต่อสีแตกต่างกัน ชอบพื้นผิวค่อนข้างมืด สีดำหรือสีแดงโทนมืด บางชนิดชอบสีฟ้าเข้ม การตอบสนองของแมลงวันต่อหลอดไฟสีต่างๆ พบว่าในสถานที่อุณหภูมิต่ำๆ จะชอบหลอดสีทองหรือสีแดง การตอบสนองต่อสีแตกต่างกันของแมลงวันมีความสำคัญในการสร้างกับดักแมลงวันแต่ละชนิด