การใช้สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดยุง (ต่อ)

221248-001การพ่นสารเคมีที่มีฤทธิ์ตกค้างเป็นรูปแบบการใช้สารเคมีแบบแรกที่ใช้ในการกำจัดยุง ในบทความตอนนี้เรามาดูรูปแบบการใช้สารเคมีในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นคือ การพ่นฟุ้งหรือพ่นละอองฝอย (Space spray application) เพื่อการกำจัดยุง

การพ่นสารเคมีกำจัดยุงรูปแบบนี้เป็นการฉีดสารเคมีให้เกิดการฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศในบริเวณที่มียุงบินอยู่หรือมีการแพร่ระบาดของยุงพาหะ เมื่อละอองของสารเคมีที่มีขนาดเล็กมากฟุ้งอยู่ในอากาศ จะทำให้ยุงได้รับสารเคมีอย่างเต็มที่ได้ ละอองสารเคมีมีขนาดของอนุภาคเล็กมากจึงทำให้ฟุ้งอยู่ในบรรยากาศได้นานมากขึ้น ปัจจุบันเราจะเห็นสารเคมีชนิดนี้วางขายและใช้ในบ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ในรูปกระป๋องพ่นชนิดอัดแก๊ส (aerosol) ในระยะหลังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านแบบนี้กันมากขึ้น สามารถกำจัดยุงได้รวดเร็ว สารเคมีที่ใช้เป็นสารเคมีในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ หรือสารอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยอยู่ในรูปแบบของการอัดแก๊ส

การพ่นหมอกควันที่เราเห็นมาฉีดพ่นกันบ่อยๆ ในภาวะมีการแพร่ระบาดของยุง ในทางปฏิบัติแล้วไม่ค่อยได้ผลในการกำจัดยุง เนื่องจากการพ่นสารเคมีแบบนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องมือที่ดี ใช้สะดวก และต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ค่าใช้จ่ายสูง และการพ่นหมอกควันนี้มีขีดจำกัดทางด้านสิ่งแวดล้อมสูง มักพ่นได้ในแถบชานเมือง หรือเมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคหรือของยุง221248-002

การพ่นอีกรูปแบบหนึ่งคือการพ่นแบบ ULV (Ultra Low Volume) เป็นการพ่นฟุ้ง ละอองมีขนาดเล็กมาก ซึ่งต้องใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง สารเคมีที่ใช้ได้แก่ malathion, sumithion, fenitrothion หรือสารเคมีในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์บางชนิด ควรดำเนินการโดยบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญและมีความรู้สูง

จะเห็นได้ว่าในการกำจัดยุงรูปแบบของสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดยุงนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ การที่จะใช้รูปแบบไหนนั้นเราจำเป็นจะต้องคำนึงถึงว่า จะนำไปฉีดพ่นในบริเวณใด สถานการณ์ใด มีการระบาดของโรคที่เกิดจากยุงหรือไม่ และการฉีดยุงแต่ละแบบ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีผู้มีความรู้ความชำนาญในการควบคุมการปฏิบัติหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อคนและสิ่งแวดล้อม

0 การตอบ

แสดงความคิดเห็น

อยากร่วมแสดงความคิดเห็น?
ไม่ต้องเกรงใจ ตามสบายเลยค่ะ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*